Labels
- ช่วยจากธรรมชาติ (3)
- ช่วยทำมือ (2)
- ช่วยในครัว (7)
- ช่วยในป่า (4)
- ช่วยในเมือง (22)
วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
วิธีการย่างปลาดุกให้เก็บไว้ได้นานกรอบอร่อย
ลองกันดูนะขอรับ เห็นว่าเป็นวิธีการถนอมอาหารบ้านเรา เมืองฝรั่งเขายังมีปลา แซลมอนรมควัน เราเอาแบบของเรานะขอรับ การย่างมีเคล็บลับอีกอย่างขอรับ ใช้กาบมะพร้าวเป็นเชื้อเพลิง นะขอรับหอมจริงๆ และอีกอย่างจะสุขเร็ว และไล่ยุงได้ในตัวนะขอรับลองดู

วิธีการทำ
1.นำปลาดุกมาทำการเอาไส้ออก ล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย
2. นำปลาดุกที่ได้ไปผึ่งแดด ประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง เพื่อทำให้ปลาแห้ง เวลานำไปย่าง จะทำให้ได้เนื้อปลาที่กรอบนอกนุ่มใน น่ารับประทาน
3. จากนั้นก็นำไปย่างไฟอ่อนๆ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
4. เมื่อย่างเสร็จเรียบร้อย นำมาวางไว้ให้เย็น เก็บใส่ถุงพลาสติกห้ามให้อากาศเข้าได้ สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 1 ปี
*** วิธีดังกล่าว เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะยืดระยะเวลาการถนอมอาหารให้ได้นานขึ้น การนำปลาดุกไปตากแดดก่อนนั้น จะทำให้ตัวปลาแห้ง และเวลาย่าง จะทำให้หนังปลาดุกไม่ไหม้ ออกมาสวย น่ารับประทาน และสามารถเก็บไว้ได้นานกว่าปกติ จากเดิมปลาดุกย่าง สามารถเก็บได้ไม่เกิน 6 เดือน ซึ่งถ้าย่างตามสูตรดังกล่าว สามารถเก็บปลาดุกไว้รับประทานได้ถึง 1 ปี
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี ( idf 4213 )

วิธีการทำ
1.นำปลาดุกมาทำการเอาไส้ออก ล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย
2. นำปลาดุกที่ได้ไปผึ่งแดด ประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง เพื่อทำให้ปลาแห้ง เวลานำไปย่าง จะทำให้ได้เนื้อปลาที่กรอบนอกนุ่มใน น่ารับประทาน
3. จากนั้นก็นำไปย่างไฟอ่อนๆ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
4. เมื่อย่างเสร็จเรียบร้อย นำมาวางไว้ให้เย็น เก็บใส่ถุงพลาสติกห้ามให้อากาศเข้าได้ สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 1 ปี
*** วิธีดังกล่าว เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะยืดระยะเวลาการถนอมอาหารให้ได้นานขึ้น การนำปลาดุกไปตากแดดก่อนนั้น จะทำให้ตัวปลาแห้ง และเวลาย่าง จะทำให้หนังปลาดุกไม่ไหม้ ออกมาสวย น่ารับประทาน และสามารถเก็บไว้ได้นานกว่าปกติ จากเดิมปลาดุกย่าง สามารถเก็บได้ไม่เกิน 6 เดือน ซึ่งถ้าย่างตามสูตรดังกล่าว สามารถเก็บปลาดุกไว้รับประทานได้ถึง 1 ปี
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี ( idf 4213 )
วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
สมุนไพรรักษาอาการผด ผื่น คัน

พลู
พลูที่เรายังคงหาซื้อได้ตามท้องตลาดนี้ นอกจากนำมาทำอาหารได้รสชาติแล้ว การนำใบสดๆ 3 - 4 ใบมาตำแล้วคั้นน้ำผสมเหล้าโรง ก็สามารถช่วยลดอาการได้ดี

ขมิ้นชัน
เป็นอีกสมุนไพรที่ดีต่อการรักษาโรคผิวหนัง โดยนำเหง้าสดล้างให้สะอาด ตำให้เกิดน้ำแล้วนำมาทาผิว ไพล คล้ายกับขมิ้นชัน นั่นคือนำเหง้าไปบดให้ผงแล้วนำไปผสมน้ำก่อนทาผิว หรือใช้เหง้าสดล้างให้สะอาด ฝนกับน้ำแล้วทาผิว

ฟ้าทะลายโจร สามารถนำใบสดมาตำ แล้วคั้นเอาน้ำมาทาบริเวณที่มีอาการผื่นคัน หรือใช้ลำต้นต้มกับน้ำมันมะพร้าวจนเปื่อย แล้วกรองเอาเฉพาะน้ำยามาทา

ตำลึง
นอกจากการเป็นอาหารรสอร่อย ตำลึงสดๆ ยังสามารถเอาไปตำให้ละเอียด คั้นแล้วผสมน้ำเล็กน้อยก็เอามาทาบริเวณที่มีอาการได้
วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
วิธีดับกลิ่นคาวลูกชิ้นปลา

ใคร ที่ชอบรับประทานลูกชิ้นปลา ควรรีบหันมาฟังทางนี้โดยด่วน เพราะว่าคุณอาจจะ เคยเจอกับปัญหาแบบนี้ นั่นคือ เวลาที่ซื้อลูกชิ้นปลามาแล้ว ลูกชิ้นปลากลับ มีกลิ่นคาวแรงจนไม่น่ารับประทาน ทำให้ต้องทิ้งไปบ้าง แต่วันนี้เรามีวิธีใน การกำจัดกลิ่นคาวอันรุนแรงในลูกชิ้นปลามาฝากกัน
วิธีการง่าย ๆ ที่ว่าก็คือ ผสมน้ำกับน้ำส้มสายชูในปริมาณที่พอเหมาะ แล้วนำลูกชิ้นปลาลงแช่ไว้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง แล้วนำขึ้นมาล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง เพียงเท่านี้ กลิ่นคาวที่มากับลูกชิ้นปลาก็จะหมดไป นำไปประกอบอาหารก็ไม่มีกลิ่นมากวนใจ และไม่ทำให้อาหารเสียรสชาติอีกด้วย...
แหล่งข้อมูล : คู่มือคู่ครัว
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี
เทคนิคการหุงข้าวหอมนิลให้นุ่ม-อร่อย

ข้าว เจ้าหอมนิลเป็นข้าวที่ได้รับการคัดเลือกและพัฒนาจนได้ข้าวที่มีเมล็ด ข้าวกล้องเรียวยาว สีม่วงเข้ม ข้าวกล้องเมื่อหุงสุกจะนุ่ม เหนียว หอม ข้าว สารหุงสุกมีสีม่วงอ่อน นุ่ม และมีกลิ่นหอมเช่นกัน คุณสมบัติที่สำคัญของข้าว เจ้าหอมนิลคือ ข้าวกล้องมีโปรตีนสูงถึง 12.5 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณคาร์โบ ไฮเดรต 70 เปอร์เซ็นต์ และยังประกอบไปด้วยธาตุเหล็ก สังกะสี ทอง แดง แคลเซียม และโพแทสเซียม ซึ่งสูงกว่าข้าวขาวดอกมะลิ นอกจากนี้ลักษณะดี เด่นของข้าวเจ้าหอมมะลิที่พบนอกจากคุณค่าทางโภชนาการได้แก่ ทรงต้นเตี้ย แตก กอดี เมล็ดมีน้ำหนักดี อายุสั้นเพียง 90 วัน ทำให้สามารถปลูกได้ถึง 3 ครั้ง ต่อปี ดังนั้นหากได้รับการจัดการที่เหมาะสมในการผลิตต่อปีสูงกว่าข้าวพันธุ์ อื่น ๆ ข้าวหอมนิลนั้นหลายๆคนคงจะนิยมชมชอบในรสชาด แต่เวลาหุงข้าวหอมนิล รับประทานทีไรมักจะไม่นุ่ม วันนี้คุณประไพ ชิดไพโรจน์ ได้นำเกร็ดความรู้มี วิธีการหุงข้าวหอมนิลมาฝากผู้ที่สนใจ
สำหรับการวิธีหุงข้าวหอมนิลนั้น คือ อัตราส่วนในการหุงจะต้องใช้ข้าวหอมนิล 1 ส่วน ต่อน้ำ 3 ส่วน เริ่มต้นจาก ล้างข้าวหอมนิลให้สะอาด 2 รอบ จากนั้นก็แช่ข้าวหอมนิลไว้ในน้ำทิ้งไว้อีกประมาณ 30 นาที จึงจะนำไปหุงได้ หรือ อาจใช้วิธีใส่ข้าวขาวขัดผสมลงไปในอัตราส่วน ข้าวหอมนิล 1 ส่วน ข้าวขาวขัด 1 ส่วน ต่อน้ำ 4 ส่วน ทั้ง 2 วิธีนี้จะทำให้ข้าวหอมนิลนั้นนุ่มน่ารับประทานมากขึ้น ใครที่ยังรับประทานข้าวหอมนิลแข็งๆอยู่ก็อย่าลืมนำวิธีนี้ไปใช้ได้
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี ( idf 4282 )
วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553
วิธีไล่จิ้กจกตุ๊กแกในบ้าน

ท่านทั้งหลายเคยกลัว จิ้งจก ตุ๊กแก กันหรือเปล่าขอรับ รับรองได้เลยว่ามีแน่นอน 98% เป็นอย่างน้้อยที่กลัวคราวนี้เรามาหาวิธีป้องกัน ขับไล่โดยเชิญอาจารย์คง มาทำพิธีไล่ กันเลย จะดีไหม ...เฮ้ย!!! ไม่ใช่ผีนะขอรับแต่เรามีเคล็ดลับดีๆ มาบอกกล่าวสำหรับท่านที่ไม่อยากจะเจอนะขอรับ พอดีไปเจอกรรมวิธีที่ รักบ้านเกิดเลยเก็บมาฝากกัน เริ่มเลยนะ

วิธีไล่ตุ๊กแก,จิ้งจกสำหรับบ้านไหนที่ไม่ชอบใช้ใบสาบเสือ1ส่วน

ใบน้อยหน่า1ส่วนตำรวมกันห่อผ้าแขวนบริเวณที่มีการอาศัยอยู่
ในกรณีที่ คุณสงกรานต์ อนุรักษ์ ได้สอบถามผ่านบริการทางด่วนข้อมูล การเกษตรกร *1677 ร่วมด้วยช่วยกันจังหวัดเชียงรายเกี่ยวกับการไล่จิ้งจกและ ตุ๊กแกที่มีอยู่ในบ้านเป็นจำนวนมาก โดยที่คุณสงกรานต์ ก็ไม่อยากฆ่าทิ้งและ ไม่ต้องการใช้สารเคมีในการกำจัด ทางรายการจึงได้ประสานไปยังแม่จันทรา สลี สองสม ประธานกลุ่มสมุนไพรบ้านร่องปลายนา แม่จันทราได้แนะนำสูตรไล่ จิ้งจก ตุ๊กแก โดยการใช้สมุนไพร ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้ได้ผลแน่นอน ไม่ต้อง ฆ่าและไม่ต้องใช้สารเคมีอีกด้วย มีวัตถุดิบและวิธีการทำดังนี้
สูตรไล่จิ้งจก ตุ๊กแก
1.ใบสาบเสือ 1 ส่วน
2.ใบน้อยหน่า 1 ส่วน
วิธีทำ
-นำใบสาบเสือและใบน้อยหน่าอย่างละเท่าๆกัน พอประมาณหรือตามที่จำเป็นต้องใช้
-ให้นำใบสาบเสือและใบน้อยหน่าที่ได้ มาตำหรือสับเป็นชิ้นๆ ผสมให้เข้ากันเพื่อให้ได้กลิ่นสาบจากวัตถุดิบดังกล่าวออกมา
-จากนั้นนำใบสาบเสือและใบน้อยหน่าที่ตำผสมเข้ากันแล้วมาห่อผ้าด้วยผ้าที่มี อากาศระบายเพื่อให้กลิ่นเหม็นสาบออกมา และสะดวกในการนำไปใช้
การนำไปใช้
-นำไปวางหรือแขวนไว้ในบริเวณที่มีจิ้งจกและตุ๊กแกอาศัยอยู่ จิ้งจกและตุ๊กแกก็จะไม่มาอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นอีก
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร * 1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.เชียงราย (ids : 25661 )
วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ใบชากำจัดกลิ่นในไมโครเวฟ


วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552
มะละกอสำหรับตำส้มตำ ทำอย่างไรให้กรอบอร่อยไม่นิ่มเละ
เทคนิคง่ายๆกับการทำให้เส้นมะละกอกรอบไม่และเวลานำมาทำส้มตำ

แปลกจริงหนอ!!!!!!!!......เวลาลุกขึ้นมาตำส้มตำทานเอง เจ้ามะละกอที่เราสับเองกับมือมันกับเส้นนิ่มเละ ตำแล้วทานไม่อร่อยเหมือนกับที่ซื้อจากเจ้าประจำหน้าปากซอยมาทานเอาเสียเลย จะว่าสับเส้นเล็กก็ไม่ใช่ จะว่าตำนานไปก็ไม่เชิงเทคนิคง่ายมาก คว้ามะนาวขึ้นมาเลย หนึ่งลูก หรือจะใช้เปลือกมะนาวที่บีบเอาน้ำเตรียมสำหรับปรุงรสส้มตำออกแล้วก็ได้
เอามะละกอที่สับเสร็จเรียบร้อยแล้วใส่ลงในอ่าง ใส่น้ำเปล่าลงพอท่วมเส้นมะละกอ ตามด้วยเปลือกมะนาว ถ้ากลัวเปลือกไม่พอ บีบน้ำมะนาวตามลงไปอีกหน่อย คลุกเบาๆ ย้ำ..เบาๆ แช่ทิ้งไว้สักครู่ ก่อนจะนำเส้นมะละกอขึ้นมาสะเด็ดน้ำนำไปตำส้มตำตามปรกติ แปลกมาก เส้นกรอบอร่อยจนแทบไม่น่าเชื่อ ลองดูสิได้ผลแน่นอน
ที่มา
http://www.thaifooddb.com/tips/tips041.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)